หมู่บ้านอีต่อง เหมืองปิล๊อก x หมู่บ้านสายหมอก กลางหุบเขาชายแดนไทย-พม่า

หมู่บ้านอีต่อง เหมืองปิล๊อก x หมู่บ้านสายหมอก กลางหุบเขาชายแดนไทย-พม่า

Summary:

ช่วงหน้าหนาวถ้าไม่ใช่ภาคเหนือใกล้ๆกับกรุงเทพจะไปที่ไหนดี  แน่นอนว่าต้องเป็นหมู่บ้านสายหมอก กลางหุบเขาชายแดนไทย-พม่า อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก หมู่บ้านอีต่อง อยู่บนภูเขา ของตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเหมืองแร่ที่ใช้สำหรับขุดแร่ดีบุกในอดีต แต่ในปัจจุบันได้ปิดตัวลงแล้ว ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ก็ยังคงใช้ชีวิตทำมาหากิน โดยเปิดให้บริการโฮมสเตย์ ร้านอาหารและที่เที่ยว จนคนเมืองเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ได้ง่ายเพราะไม่ไกลจากกรุงเทพ ไม่ต้องไปถึงภาคเหนือด้วย และถ้ายิ่งช่วงหน้าฝน ไอน้ำ หมอกจางๆ อย่างฟิน

เล่ากันไปคราวๆแล้วว่า อีต่อง คือหมู่บ้านอะไร ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่ผมได้เดินทางมาที่นี้ สิ่งที่คาดหวังกับที่นี้ ก็มีเยอะ เพราะในครั้งแรกที่ได้มาที่นี่ ยังคงจำได้ดี ประทับใจมาก ทั้งหมอก ไอน้ำ อากาศที่บอกได้ว่าโครตหนาว ขนาดยังไม่ใช่หน้าหนาวนะ ครั้งนี้ก็ต้องการเหมือนกับปีที่แล้ว

การเดินทางครั้งนี้ มาเพื่อการเก็บบรรยากาศอีกครั้ง ของที่นี้อีกครั้ง อย่างน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ครั้งที่แล้วมาแต่ไม่ได้เข้าไป ครั้งนี้เลยลองไปหน่อย

น้ำตกจ๊อกกระดิ่น อยู่ก่อนถึงเหมืองอีต่องประมาณ 5 กิโลเมตร การเดินทางถ้าใครที่กำลังจะไป แนะนำว่าให้เตรียมความพร้อม ของรถยนต์ของเพื่อนๆให้ดีๆ นะครับ แนะนำเครื่องยศ 1800cc ขึ้นไป เพราะทางชั้น และแคบมากๆ ทั้งขาและลง ค่อนข้างอันตราย

มาถึงหน้าทางเข้าน้ำตก ก็จะมีเจ้าหน้าที่อุทยาน คอยเก็บตังค่าเข้า ผมจำไม่ได้ว่าประมาณเท่าไหร่ แต่ถ้าคราวๆน่าจะ 20 บาท  เดินเข้าไปจากข้างหน้าประมาณ 700 เมตรก็ถึง จุดที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูป ภาพด้านหน้าเป็นน้ำตก กำลังไหลลงมาจากหน้าผากสูง สวยมาก ผมก็ได้โอกาสเก็บภาพมาให้เพื่อนๆชมก่อน แชะนึง แต่กว่าจะถ่ายได้นี่ไม่ง่ายเลย เพราะอะไรรู้ปะ เพราะว่าคนรอต่อคิวถ่ายเยอะมาก 😅

เสร็จแล้วก็มาต่อที่ หมู่บ้านอีต่อง ถึงสักที ปีที่แล้วกับปีนี้ค่อนข้างต่าง อย่างแรกเลย ปีที่แล้วช่วงที่ฝนตกพอดี มีหมอกจางๆ อากาศหนาว เทียบกับปีนี้แล้ว อากาศไม่หนาว ไม่มีหมอก ทุกอย่างปกติ 

ได้เวลาแล้ว ที่นี้จะมีอีกจุดเช็คอินที่มาแล้วต้องไปถึงคือ เนินช้างศึก จุดนี้เราสามารถเลือกได้ว่าจะไปชมบรรยากาศแบบไหน ถ้าเป็นตอนเช้าจะต้องขึ้นตั้งแต่ 05.00 น. ถ้าเป็นตอนเย็นจะต้องเริ่มขึ้นท 17.00 น. โดยจะมีรถโดยสารบริการรับส่งนักท่องเที่ยว (เสียค่าใช้จ่ายด้วยนะ) พาขึ้นไปชม 

ด้านบนของยอดเนินช้างศึก นักท่องเที่ยวนิยมไปดู หมอก และพระอาทิตย์ตกดินในช่วงตอนเย็น ส่วนช่วงเช้าจะดูพระอาทิตย์ขึ้น เรียกว่าเลือกได้เลยว่าจะไปช่วงไหนครั้งนี้ผมเลือกไปตอนเย็น เพราะรอบที่แล้วไปตอนเช้าแล้ว

ลงมาจากเนินช้างศึก ลงมาถึงหมู่บ้านก็ค่ำพอดี บรรยากาศในหมู่บ้านในปีนี้ 2564 ค่อนข้างเงียบไม่เหมือนกับปีที่แล้ว ร้านค้าเปิดไม่เยอะมากเท่าไหร่ 

ซิกเนเจอร์ของที่นี่ ไม่พ้นตะเกียงพม่า ถ่ายรูปกับไม้สลักที่ห้อยอยู่ตามราวๆสะพาน 

สำหรับการมาครั้งที่ 2 ความประทับใจ รูปภาพ เรื่องราวได้เล่าไปหมดแล้ว บทความนี้ไม่ใช่เป็นการมารีวิวสถานที่ แต่เป็นการมาเล่าเรื่องราว ใครที่อยากมาลองสัมผัสที่แบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ก็ลองมาดูนะ 

ลืมไปเล่าไปหนึ่งอย่างพิมมาจนจะจบแล้ว เรื่องเส้นทางปี 2563 กับ 2664 ถนนดีขึ้นเยอะแต่ยังไม่เสร็จ100% ในปี 2565 คงจะพร้อมกว่านี้นะ

ภาพปีที่แล้ว 2563

เขียนโดย
natdanai
เข้าร่วมการสนทนา

ติดตาม @natdanai.kt

Error validating access token: The session has been invalidated because the user changed their password or Facebook has changed the session for security reasons.
เลี้ยงกาแฟผมหน่อย
โลโก้เว็บ